Join MultiplyOpen a Free ShopSign InHelp
MultiplyLogo
SEARCH
HomeWelcome to my world. I love my King.Jun 25, 2008
Thanks for visit my site.


#WeLoveKing

Today is my first time to cerebrate Thailand father's day or my beloved His Majesty the King of Thailand outside my beloved country "Thailand".

When I was in Thailand, I've never talked to foreigner in personal about "What do you think about Thailand?".

And now I am here in Australia for my study "English Study". I've met many foreigner friends.

I am so proud to be Thai !!  I found that when I told anyone, I am Thai from Thailand. They always said "Oh!! I know Thailand, I want to go to Thailand" "I like Pad-Thai".

And every time when I talked about Thailand. I always talked to our beloved King and Queen.
All my friends felt very happy to hear that Thailand has wonderful king and queen. And they admired our King that he works everything for Thai people and everyone who lives in Thailand.

I was wondering we are a very small country in the world but everyone know Thailand.
I think it is because.
1. Thailand has very beautiful place to sightseeing and stay.
2. Thai people are very nice and has beautiful smile.
3. Thailand has wonderful food.

All of these are from our beloved Kings of Thailand have been doing their jobs for Thai and everyone in the world.

Especially our King Rama 9, he doesn't be only king but he is our father. Father who love all of his people, he always works for our country to live sustainable, teaches people to be good person and he forgives bad person who intend to reform their behavior.



When I was 6-7 year old. I asked my father about the king.

Me : "Why the king don't do anything, just stand and wait for people to meet him"

My dad : " V (my nickname) our king has many works, he works to help Thai people around our country and around the world. You should see the news about his works."

After that I felt very upset that I was wrong.

Our King didn't do anything , but many things. He has been working hard, travel to all lands of Thailand to see and create many good project for people of Thailand and for all life in the world. ( Royal rain, How to live on sustainable economic)

His Majesty the King rama 9 "
King Bhumibol" always do his works as he pledged that he would "reign with righteousness for the benefit and happiness of the Siamese people"

Long live the king



I promise to be a good person and do the best on my duty with all my ability.





AND I want to say I love my Father and my Mother

They are very kind and wonderful parents.

Papa and Mama you are my heroes !! 



เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ก่อนมาเรียนภาษาที่ ซิดนีย์
ได้มีโอกาสได้รับการติดต่อจากทีมนักเขียนรุ่นใหม่ของ TK Park ผ่านทาง Facebook
เพื่อขอสัมภาษณ์การทำงานเพื่อสังคมที่ผ่านมา หลังจาก Big Cleaning Day และ ต่อเนื่องมากเรื่อยๆ
 
 
และนี่ก็ หนังสือ ออนไลน์ ที่ทางทีมงานน้องนักเขียนรุ่นใหม่ทำออกมา
 
ลองอ่านดูนะคะ บทสัมภาษณ์วีอยู่ที่หน้า 32-33
 
อย่างน้อยก็เป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่ได้แชร์ความรู้สึกให้กับหลายๆคนที่มีความรู้สึกเดียวกัน หรือ กำลังอยากทำเหมือนกัน
 
 
 

ว่างจากเขียน Blog มานาน เพราะภารกิจมากมายและพยายามเลี่ยงการใช้ คอมพิวเตอร์

หลังจากการแจกผ้าเย็นและเลี้ยงอาหารทหาร สถานการณ์ของบ้านเมืองก็เริ่มคลี่คลาย

ก็ได้คุยกับทีมพี่ๆเพื่อนๆ ว่าเราจะไปทำความสะอาดหลังเหตุการณ์กัน และแล้วภารกิจก็เริ่มขึ้นมาตามลำดับ

1. กิจกรรมทำความสะอาด ที่พวกเราตั้งชื่อขึ้นมาว่า Event "ประเทศไทยกลับมาสดใส ดีกว่าเดิม" ก็เริ่มส่งเชิญเพื่อนๆใน Facebook  เพื่อรวบรวมคนที่มีความต้องการเดียวกันไปเริ่มต้นทำความสะอาดพื้นที่ประสบเหตุด้วยกัน

แรกเริ่มเดิมที พวกเราจะไปทำที่ ดินแดง และ อนุสาวรีย์ชัย เพราะเห็นมีกลุ่มที่จะไปทำความสะอาดที่ สยาม เยอะแล้ว (ตอนนั้นยังไม่มีคำยืนยันให้เข้าไปทำที่ราชประสงค์) ก็เริ่มมีการติดต่อกับกทม. โดยพี่เอ

แต่ในคืนนั้นที่เริ่มประสานงานก็ได้เริ่มรู้จักและพูดคุยกับกลุ่มต่างๆที่สนใจอยากไปทำความสะอาดด้วยกัน ก็ได้มีการนักประชุมกันที่ เสถียรธรรมสถาน เพื่อวางแผนการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง "ความปลอดภัย" ของผู้ที่สนใจไปทำร่ววมกัน

และถือว่าเป็นการโชคดีที่พวกเราประสานงานกันอย่างดี โดยกลุ่มของพวกเราได้รับหน้าที่ดูแล "การรับบริจาคสิ่งของเพื่อการทำความสะอาดและอาหารและน้ำ" ซึ่งก็ร่วมมือกับกลุ่ม Clean Bangkok with The Unity , Pantip , กรุงเทพบ้านเกิดของเรา ฯลฯ ในการประสานงานต่างๆ และ ได้รับความช่วยเหลือจาก "อาสาสมัครฟื้นฟูประเทศไทย" ในการช่วยประกาศมากมาย

รวมทั้งความโชคดีของทุกคนที่ร่วมมือกัน ไม่ว่าจะกลุ่มไหนก็ตามคือ ต้องขอบคุณ กทม. ที่ช่วยยืนยันความปลอดภัยและจัดงาน BIG CLEANING DAY ขึ้นมา เพราะว่าผู้คนมากมายได้ระดมกันมาช่วยกัน ซึ่งแน่นอน ต้องนอกเหนือขาก Facebook Twitter และ Pantip หรือ Social Media อื่นๆ ซึ่งเป็นการสร้างพลังและกระตุ้นความรักและหวงแหนถิ่นที่อยู่อาศัยและประเทศไทยให้เกิดขึ้นในจิตใจของคนไทยที่บอบช้ำมากเหลือเกิน

 และภาพเหล่านี้ก็คือ ความภูมิใจ ในฐานะที่เป็นส่วนเล็กๆที่ได้สร้างสิ่งดีๆให้เกิดขึ้นในสังคม

หลังกิจกรรม พวกเราจึงตัดสินใจเปิด Group ใน Facebook ว่า ประเทศไทยกลับมาสดใส ดีกว่าเดิม  เพื่อเป็นจุดหนึ่งที่ช่วยประสานงานและกระจายข่าวกิจกรรมดีๆของทีมและของทีมอื่นๆ เพื่อช่วยให้สังคมไทยกลับมาดีกว่าเดิม @^_^@

 

2. กิจกรรม MAY DAY MAY DAY ขายของนำรายได้ช่วยค่ารักษาพยาบาลของทหาร และ ผู้ประสบเหตุ

โดยไปขายกันวันเสาร์ ที่ Villa Market อารีย์

หลังกิจกรรมการทำความสะอาดกทม. ที่สร้างความประทับใจและความสัมพันธ์ที่ดีของกลุ่มคนทำงาน ก็มีการติดต่อมาจากพี่ยุ้ยว่ามีงานกุศล ขายของเพื่อนำรายได้ช่วยผู้ประสบเหตุจากเหตุการณ์ และเป็นการโชคดีที่พวกเราได้เข้าร่วมกิจกรรม จึงมีการประชุมกันแล้วก็ได้มีการทำขนมมาขายพร้อมน้ำปั่น ซึ่งผู้ที่ลงมือหนักในงานนี้คือ พี่น้องที่น่ารักที่เราเพิ่งมาพบและรู้จักในงาน Big Cleaning Day  โดยได้รวมตัวกันไปทำขนมที่บ้านพี่สมใจ และ พี่อ้อก็ได้ลงมือเตรียมอุปกรณ์น้ำปั่นและส่วนผสมต่างๆกับน้องขวัญ  และพี่เอก็ได้ประสานช่วยกันในการทำเสื้อทีมและป้ายทีมมา ซึ่งสร้างสีสันเป็นอย่างดี

ก็ได้ไปขายกันอย่างสนุกสนาน (ส่วนตัวเราก็ตามไป เพราะตอนเช้าไปสอบ Toeic แบบเตรียมตัวมาน้อยมาก และ ผลคือ ได้ 725 ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ยังไม่ดีพอ)

รายได้ในวันนั้นพวกเราได้แบ่งให้ผู้จัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ไปทำกิจกรรมช่วยทหาร และที่เหลือ เราเอามาเตรียมกิจกรรมต่อไปคือ ทำเสื้อเกราะให้ทหาร!!!


ภาคต่อ ...

หลังจากเมื่อครั้งที่แล้ว วีได้เงินสมทบทุนมา 6,000 บาท บริจาคไป 1,000 บาท ที่ รพ.พระมงกุฏ  และได้พบเจอกับกลุ่มทีมงานใน FB ที่มีความมุ่งหมายเดียวกันคือ ช่วยเหลือ บรรเทา ให้คุณทหารและตำรวจ มีกำลังใจและสบายกายสบายใจมากขึ้น นั่นก็คือ ทีมงานที่วีกำลังจะกล่าวถึงค่ะ

ทีมเพื่อนกลุ่มนี้เค้าได้ไปปฏิบัติภารกิจแจกของทหารรอบกรุงมา 1 รอบแล้ว และกำลังจะไปอีกที 9 พ.ค. นี้

พอวีทราบ ก็ดีใจสุดฤทธิ์ เพราะว่าจะได้เอาเงินที่ได้รับบริจาคมา มาสมทบทุนและร่วมกันไปเป็นทีม

(เพราะคิดว่าไปคนเดียวคงไม่ไหวแน่ๆเลย จะไปทางไหนก็ไม่ถูก กทม. ถนนมันเยอะจัด haha)

ว่าแล้วเมื่อรู้ว่าปฏิบัติการครั้งที่ 2 ของทีมเพื่อน และ ของวี มีวันเวลาตรงกัน วีรยาก็จัดไป !!!!

เรานัดแนะกันผ่าน FB และ MSN เพื่อกระจายกำลังกันไปซื้อของ

ซื้อของ

  • ทีม 1 (พี่เอ คุณปู) วันศุกร์ที่ 7 พ.ค.ไปซื้อของที่โบ๊เบ๋ เป็นผ้าเย็นเอามาพับแล้วก็แช่แข็งเอาไว้ เย็นจับใจ ส่วนน้องเพิลไปร่วมไม่ได้เพราะติดเตรียมตัวสอบ
  • ทีม 2 วันเสาร์ที่ 8 พ.ค. ไปซื้อยา ลูกอม ผ้าปิดปาก ขนม กันที่แม็คโคร บางกะปิ (บ้านเราอยู่ลาดพร้าวต้นๆ) เดินทางไปฝนตกซะงั้น ไปนัดเจอกันกับเพื่อนๆครั้งแรก วันนี้ซื้อของกัน 2 คันรถเข็น ไปกัน 3 คน เงินจากทีมที่มีเหลือ บวกกับเงินบริจาคของทางด้านวี ก็ไม่พอซื้อของ ต้องออกกันไปก่อน ขาดไป 2,140 บาท

 

 

 

แพ็คของ

  • วันศุกร์ที่ 7 พ.ค.คุณปูกับที่บ้านพับผ้าเย็นแช่ แข็งผ้าเย็นที่บ้าน
  • วันเสาร์ที่ 8 พ.ค. วี พี่เอ และ น้องเพิล ซื้อของเสร็จ ก็ไปบ้านพี่เอกัน (ห้องยังไม่ติดแอร์ ร้อนมาก แต่ก็สนุกดีได้อบตัว หวัง ผอม)  ซื้อของ 14.00 Pack ของเสร็จกลับถึงบ้าน 20.00 เวลาผ่านไปเร็วมาก เราแพ็คของกันตั้งแต่ตะวันยังเปรี้ยง ถึง ตะวันตกดิน อิอิ 

 

 

 

 

สุดยอดกับการระดมเงินผ่าน BB และ FB

  • ตอนเราซื้อของเสร็จ เงินไม่พอ วีก็กลุ้มใจ ก็เลยสรรหาเงินมาสมทบอีก ผ่าน BB และ FB อีกครั้ง (จะบอกว่ารอบแรกก็หาผ่าน BB วีก็ Post ไปใน Group และส่งถึงเพื่อนบางคน ว่าขาดเงินไปสมทบทุนที่ซื้อของเกินงบ (ขนาดซื้อเกินงบ ก็ยังไม่พอแจกเลย)
  • ระหว่างที่เรานั่งรถเดินทางไปบ้านพี่เอ เพื่อ Pack ของ พอวี Post ไปปุ๊บ ก็มีน้ำใจหลังไหลเข้ามาอีก พี่เอขับรถไป น้องเพิลก็คุยตระเตรียมงานไป วีก็ พิมพ์ พิมพ์ พิมพ์ แล้วก็ได้เห็นข้อความสวรรค์ "ยินดีช่วย 1000 2000 500 200 ฯลฯ" โอ้โห เร็วทันใจน้ำใจคนไทย
  • ที่ขำคือ วีกดๆอยู่ วีก็ Update คุยกันในรถไปเรื่อยๆว่า ได้มาแล้ว 500 วีก็หยิบเงินในกระเป๋าที่มีอยู่ ยื่นไปให้น้องเพิลกับพี่เอที่นั่งหน้า ทั้งสองคน งง!!! hahaha งงว่าทำไม BB มันกดเงินออกมายื่นมาให้ได้อ่ะ ว่าแล้วก็ขำตัวเองเหมือนกัน อยากช่วยเต็มที่ไง ลืมตัวหยิบเงินออกมาเลยซะงั้น lol

สรุปยอดเงินบริจาค ที่ต้องการเพิ่มเติมกลับมามีมากกกกกกกกกก กว่าที่คาด รวมแล้ว ที่มีสมทบมาเพิ่มอีก  7,200 บาท !!!! โอ้แม่เจ้า (ทะยอย ทะยอยมา จนแบบว่าน้ำตาริน)

โดยรวมแล้ว เงินที่วีและเพื่อนๆพี่ๆของวี สมทบทุนปฏิบัติการครั้งนี้ 12,200 บาทค่ะ (ไม่รวมที่บริจาคไป 1,000 ที่รพ.พระมงกุฏ)

และนี่ คือผลงานการไปปฏิบัติงานของพวกเรา ขอขอบคุณผู้มีจิตเมตตา รักประเทศไทย ที่ร่วมกันบริจาคเงินด้วยค่ะ

วันที่ 9 พ.ค. 53 เส้นทางเดินรถ

พี่เอตระเวนขับรถรับเพื่อนๆร่วมทาง ในขณะที่น้องเพิลเตรียมของที่บ้านพี่เอเพิ่มเติม จากนั้นก็ไปรับขนมจีนแกงไก่ที่สั่งคุณป้าเอาไว้ที่ตลาดบางใหญ่ พร้อมกับซื้อผลไม้ไปเพิ่ม กล้วย ส้ม แตงโม และก็ออกเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ  ที่เลือกสุวรรณภูมิเพราะทหารที่นี่ไม่ค่อยมีคนเอาไปให้ และ ร้อน ห่างๆไกล ของกินก็ไม่อร่อย เราเลยไปเลี้ยงอาหารกันที่นั่น

ผู้บริจาคบางคนบอกว่า ท่าทางทหารอาจจะจุกได้

 

 

 

เลี้ยงอาหารเลี้ยงไม่พอกองร้อย เพราะมีหลายกองร้อยมาก แต่ก็อุ่นใจที่ได้ช่วยให้พี่ๆเค้าได้กินขนมจีนแกงไก่ มีพี่ทหารบอกว่า

 "ไม่ได้กินขนมจีนมานานนนนนนนนนน"

มาช่วยเหลือและทำงานครั้งนี้ ได้เพื่อนมาเยอะเลยค่ะ

พี่ทหารบอกว่า เค้าไม่อยากยิงประชาชน ไม่อยากให้ออกมากัน เพราะว่าทำให้พวกเค้าต้องกังวลต่อความไม่ปลอดภัย และต้องแบ่งทีมออกไปดูแลกันอีก

พี่เค้าบอกว่า เหตุการณ์ที่คอกวัว (ทีมนี้คือ บูรพาพยัคฆ์ ทหารเสือราชินี ที่สูญเสียมากที่สุดในวันที่ 10 เม.ย. 53) พี่เค้าเห็นผู้ก่อการร้ายยิงทหาร ยิงประชาชน ยิงมั่วไปหมด แต่พี่เค้าทำอะไรไม่ได้ เพราะประชาชนวิ่งกันไปมา และอาวุธในมือก็สู้ได้ยาก

เราฟังไป เราก็โกรธไป โกรธที่มีคนมาทำร้ายคนไทย ที่มีคนมาทำลายคนไทย และ คนๆนั้นไม่มีสมองและหัวใจ

พี่ๆที่เพิ่งกลับเข้ามาเปลี่ยนเวรยาม  เห็นขนมจีน ยิ้มใหญ่เลย เดินมาทันที ท่าทางหิวมาก ทานเยอะๆนะคะ

นอกจากอาหารแล้ว เราก็มีการ์ดให้กำลังใจ 4 - 5 แบบ แล้วก็แป้งเย็น ยา ขนมต่างๆที่เตรียมมาให้

หัวหน้ากองดีใจมากเมื่อเราหยิบกล่องที่เรา Pack ยาต่างๆ ของใช้ต่างๆรวมกัน เค้าบอกว่า นี่แหละครับที่พวกเราต้องการ

โดยเฉพาะ ยาแก้ไข แก้ปวด แก้ไอ และ ผ้าปิดปาก "เพราะว่าเวลาทหารป่วย เพราะอากาศมันร้อนมาก ก็ต้องใช้ผ้าปิดปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ไปติดคนอื่น เรานอนติดกันเบียดกันนอนครับ " ฟังแล้ว แอบน้ำตาเล็ด ทำไมเค้าต้องมาลำบากเพราะพวกผู้ก่อการร้าย

 

เมื่อต้องลาเพื่อไปทำภารกิจต่อ เราก็ได้ ยกมือไหว้ และบอกพี่ทหารว่า "ขอบคุณที่ช่วยดูแลพวกเรานะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ" พี่เค้าบอกว่า "ขอให้ทุกคนโชคดี"  โหเราแบบว่าน้ำตาไหลเลย แค่เราพูดว่าขอบคุณพี่เค้า เราก็น้ำตารินแล้ว พอเจอกับอวยพรจากพี่เค้า น้ำตาหยดแหมะ

ก็เตรียมตัวเดินทางออกไปแจกของต่อตามทางต่างๆที่มีจุดดูแลความสงบเรียบร้อย จากเส้นสุวรรณภูมิ , รามอินทรา , แจ้งวัฒนะ งามวงศ์วาน ขึ้นทางด่วน (บนทางด่วนก็มีแจก) ไปแถวโบ๊เบ๊ หัวลำโพง รพ.หัวเฉียว จบที่งานลานพระรูปชื่นชมพระบารมีตรงลานพระบรมรูปทรงม้า

 

ตอนเอาของไปแจก เห็นพี่ทหารเหงื่อหยดตึ๋งๆ ไปน้ำก๊อกเลย อากาศร้อนมากกกกกกกก

 

 

 

ตลอดระยะทางที่ไปให้ เราไม่เลือกว่าจะให้ทหารเท่านั้น เราแจกให้ทั้งทหาร และ ตำรวจ เพราะเชื่อว่าทุกคนรักประเทศไทยและเป็นคนไทยเหมือนกัน

และเค้าก็ปฏิบัติหน้าที่ดูแลพวกเรา

เวลาเอาผ้าเย็น เอาการ์ดไปให้และยาต่างๆ

พี่ๆเค้ายกมือไหว้เรา บอกขอบคุณมาก

เรางี้รู้สึกตื้นตั้น พี่เค้าต่างหากที่เราต้องยกมือไหว้ และ ขอบคุณที่เสียสละเพื่อชาติ มาดูแลความสงบให้พวกเรา

 

ตอนเย็นเราไปกินข้าวกันที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วก็ไปเดินดูงานฉลองพิธีฉัตรมงคลกันต่อ

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการไปปฏิบัติการช่วยเหลือและให้กำลังใจทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่

1. อากาศร้อนนนน มาก ดีใจที่ผ้าเย็นช่วยให้พี่ๆเค้าหายเหนื่อย ตอนแรกเราก็ไม่ใช้เพราะกลัวของพี่ๆเค้าจะไม่พอ แต่ไม่ไหว อากาศวันนั้นน่าจะ 42 องศาได้เราก็ลองเอามาเช็ด 1 ผืน โอ้โห อย่างก่ะสวรรค์เลย รู้สึกดีที่อย่างน้อยผ้าเย็นก็ช่วยให้พี่ๆเค้า เย็นกายได้มากขึ้น  (เย็นฉ่ำจริงๆ เพราะแช่แข็งตลอดคืนและเอาน้ำแข็งมาโปะอีกตอน แจก) คิดดูว่าเราอยู฿่บนรถ แอร์รถเย็น พอเปิดประตูออกไป เหงื่อออกทันที วันนั้นร้อนจริงๆ

2. ทหาร ไม่ต้องการอะไรมากมาย ขอแค่คนไทยรักกัน ไม่ทะเลาะกัน ขอให้รักและเทิดทูนในหลวงของเรา เพราะเรามีพ่อคนเดียวกัน เค้าไม่อยากทำร้ายประชาชน (ประชาชนก็ไม่ควรไปทำร้ายเค้านะ เค้าอดทนมากเยนะ หากบอกว่าทหารทำร้ายประชาชนจริง ป่านนี้คงไม่มีใครรอดหรอก)

3. น้ำใจของคนไทยมีมากมาย แค่เราขอระดมทุน โอ้โห หลั่งไหลมาช่วยกัน จนทำให้เกิดปฏิบัติการณ์ได้

สิ่งที่อยากเขียน มีมากมาย ไม่อาจบรรยายได้ในบางเรื่อง แต่ก็อิ่มเอมใจที่ได้ลงมือทำในสิ่งที่่น่าจะช่วยให้สังคมไทยของเราน่าอยู่ขึ้น

ขอบคุณเพื่อนจาก Facebook ที่เข้ามาช่วยกันทำภารกิจให้เกิดขึ้น และ เราจะมีอีกต่อไป

พิมพ์ไป ร้องไห้ไป น้ำตาแตก เพราะรู้สึกเสียใจกับคนไทยที่ทำร้ายประเทศไทย เพื่อเงิน เพื่อความโลภ และไม่รักในหลวง

---------------

รวบรวมปฏิบัติการครั้งนี้ที่ Facebook

ปฏิบัติการส่งใจ{น้ำ+กำลัง}ให้ทหาร)ไทยของพวกเรา (ภาค2)
http://www.facebook.com/event.php?eid=116156161750961

ภาพปฏิบัติการส่งใจ{น้ำ+กำลัง}ให้ทหารไทยของพวกเรา(ภาค2)
http://www.facebook.com/album.php?aid=59225&id=1068128769

เรื่องเล่าจากปากทหาร (เพื่อนที่ไปด้วยกัน เค้าเขียนเอาไว้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่อยากจะบอกใครต่อใครเหมือนกัน) http://www.facebook.com/topic.php?topic=89&post=480&uid=115489438466114#post480


หลังจากนั่งพักเหนื่อยๆ มา 1 วัน ก็ได้เวลามา Update ภารกิจที่เราตั้งใจมานานแล้ว และได้ดำเนินการจริงจัง

เมื่อเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบใน กทม. และเหล่าทหารและตำรวจต้องออกมาดูแลความปลอดภัย เป็นเป้านิ่งให้กับผู้ไม่หวังดีกับประเทศไทย ยิง M79 M ต่างๆนานา และ โดนด่าทอจากประชาชนคนไทยที่เป็นเสื้อแดง และ ไม่แดง  (จะไปด่าเค้าทำไม เค้ามาดูแลไม่ได้จะมาทำร้ายคุณ)

เราได้เห็นความเสียหาย การบาดเจ็บของประชาชนคนไทย ไม่ว่าจะคนธรรมดา หรือ ทหาร ตำรวจ ในใจก็รู้สึกเสียใจมากมาย และ ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร อึดอัด ทำอะไรไม่ได้ ช่วยอะไรไม่ได้

ที่อยากช่วย ก็ได้ตามกำลัง ก็เลยพยายามหาหนทางในการช่วยทุเลาให้คนที่ช่วยปกป้องสถาบันและรักษาความปลอดภัยให้กับพวกเรา ได้มีกำลังใจมากขึ้น

หลังจากลาออกมา เราก็ได้ถามเพื่อนๆ พี่ๆ คนรู้จักว่ามีใครจะบริจาคเงินไหม วีจะไปซื้อของและไปเยี่ยมทหารที่ รพ.พระมงกุฎ ก็ได้เงินบริจาคมาประมาณ 6000 บาท

ก็ได้เอาไปบริจาคที่ รพ.พระมงกุฏ 1,000 บาท (เพราะเห็นเค้าไปบริจาคกันเยอะแล้ว เลลยขอเก็บเงินไปซื้อของให้ทหารตำรวจที่ยืนตากแดด ตากฝน)

 

 

 

ภาพนี้กับน้องพยาบาลที่คอยต้อนรับคนไปเยี่ยม น้องเค้าเป็นรองนางสาวไทย ถ่ายกับ วีเนสซ่าหมู @^_^@

 

 

 

วันนั้นไปกับเพื่อน นุ่น พัดทอง เพื่อนสาวสวยที่มีความตั้งใจเดียวกัน และพี่กอล์ฟก็ไปด้วย ^_^

 

ไป รพ.พระมงกุฏ เห็นทหารที่บาดเจ็บจากสถานการณ์ เราก็ไม่กล้ามอง ไม่กล้าเข้าไปพูดคุย ทั้งที่ใจอยากไปใจจะขาด แต่เพราะกลัวว่า เราเข้าไปคุยกับเค้าแล้ว น้ำตาเราจะรินก่อนซะงั้น

ก็รออารมณ์และใจมันเข้มแข็งก่อน แล้วค่อยเข้าคุย ไปเจอ 1 พลทหาร น้องเค้ายังเด็กอยู่เลย 21 เอง แต่ต้องมาบาดเจ็บ น้องเค้าอยู่ตรงแยกคอกวัว ยืนถือโล่ ไม่มีอาวุธในมือ และแล้ว ระเบิดก็ลงตรงจุดนั้น

น้องเค้าบอกว่าไม่อยากให้ใครเจ็บอีกเลย ถามไปว่ามีฐาติมาเยี่ยมไหม น้องเค้าบอกว่า ญาติไม่ค่อยมา เพราะไม่มีตังค์มาเยี่ยม T_T เราก็ได้แต่ให้กำลังใจและขอบคุณน้องเค้าที่ช่วยดูแลพวกเรา

หลังจากนั้นก็ไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บจาก 3 จ.ชายแดนภาคใต้ เชื่อใจพี่ทหารเค้าเลย พี่เค้าขาขาด 2 ท่อน ขาสั้นกุด ซึ่งใช้ขาเทียมมาต่อก็ไม่ได้แล้ว แต่กำลังใจเค้าสุดยอด

พี่เค้าบอกว่าอยากให้คนไทยรักกัน มีพ่อหลวงพระองค์เดียวกัน ที่ทำเพื่อพวกเรา เราจะมาทะเลาะกันทำไม

ที่ 3 จังหวัดไม่ปลอดภัย น่ากลัวกว่าที่ กทม. เยอะมาก แต่เราต้องปกป้อง ดูแลความสงบให้ชาวบ้าน คนในพื้นที่อยู่ได้

พี่เค้าบอกว่า ไม่ต้องซื้ออะไรมาเยี่ยมมากมาย แค่มาให้กำลังใจก็ดีใจแล้ว

 

ภาพนี้ถ่ายกับทีม FBที่เค้าไปบริจาคสิ่งของ มีทั้งไอติม ขนม น่าอร่อย

 

หลังจากที่ไป รพ.พระมงกุฏ เราก็วางแผนจะเอาขนม น้ำ ไปแจกให้กับทหาร ตำรวจ ที่อยู่ตามจุดต่างๆ

ก็มานั่งคิด เราจะไปถูกไหมเนี่ย คนเดียว ทำไรได้ มีตังค์ แต่ไม่มีกำลัง

จนมาได้เจอกับทีมเพื่อนๆใน FB อีกกลุ่มหนึ่งที่กำลังจะไปทำภารกิจแบบที่เราอยากทำ ก็เลยไป Jam กับเค้าด้วย  โปรดติดตาม ....

 

(รายนามผู้บริจาค : พี่จอย KBank 2,000 ; พี่แก้วกานต์ KBank 1,000 ;พี่แอน ขอนแก่น 1,000 ;พี่กิ๊ฟ ขอนแก่น 1,000 ;พี่ปราง ขอนแก่น 500 ;วี 500)


เมื่อวานนี้ดูรายการที่นี่หมอชิต คุณดู๋ไปสัมภาษณ์ชาวต่างประเทศที่มาทำนาอยู่ขอนแก่นเป็นเวลากว่า 20 ปี คุณ

มาร์ติน วิลเลอร์

ก็นึกถึงตอนกลับไปฝึกงานที่ขอนแก่น ได้ไปดูงานกับคุณมาร์ตินด้วย

แต่ตอนที่ไปดูงานไม่ได้ไปทำนาด้วย เพราะว่า เค้าเก็บเกี่ยวหมด

แล้ว ก็ได้แต่ดูงานในชุมชน บ้าน ร้านค้า ตลาด การปลูกเห็ด การพึ่งพาตนเอง กินอยู่อย่างพอเพียง


 ประทับใจจนปัจจุบันว่า อยู่อย่างพอเพียงตาม ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ที่ในหลวงได้สอนพวกเรา ทำให้ชีวิตมีความสุขจริง


 


เมื่อคืนประทับใจคุณมาร์ติน มาก ตรงคำพูดที่ชาวต่างชาติ พูดออกมา แต่คนไทยเรา ส่วนใหญ่ยังไม่คิด หรือ คิด แต่ไม่ได้ทำ (เราก็คงเป็นส่วนหนึ่ง)

ชาวต่างประเทศ เค้าไม่มีที่ทำกิน เค้าก็หาเงินมา แล้ว หาซื้อที่ เพื่อที่จะอยู่อย่างเกษตร อยู่กับธรรมชาติ

แต่คนที่มีผืนแผ่นดิน เป็นแหล่งเกษตร กลับขายที่นา ไปหาเงิน แล้วอยู่ห้องเช่า อยู่บนตึกสูง

แต่ที่กำลังจะเขียนด้านล่าง เป็นความเข้าใจของเราจากการฟังและคิด

คนไทย มีผืนแผ่นดิน มีอาชีพหลักที่สามารถเป็นได้ทุกอย่าง พึ่งพาตนเองได้

หากเราเข้าใจวิถีชีวิตของคนไทย ที่มีรากเหง้ามาจากการทำนา เราจะเข้าใจบริบทของสังคมที่เป็นมา (แต่ตอนนี้เริ่มมลายหายไป)


การทำนา เป็นเหมือนการสร้างชีวิต

ชีวิตที่มีอยู่ อยู่ได้ กินได้ ได้เพื่อน ได้สังคม อยู่กับครอบครัว พึ่งพาอาศัยกัน ความรักเกิด ความสุขเกิด


 

การลงแขก เกี่ยวข้าว เป็นการสร้างความร่วมมือ สามัคคี ความช่วยเหลือกันและกัน จนกลายเป็นสยามเมืองยิ้ม


การอยู่อย่างพอเพียง อยู่กับผืนแผ่นดินของตนเอง ทำงาน เก็บดอกเก็บผล กินอยู่อย่างสบาย


มีข้าว กินตลอดปี มีผลไม้รับประทาน เหลือก็เอาไปขาย ได้เงินมาซื้อของใช้

ได้ออกกำลังกาย ตอนทำนา ทำไร่ ทำสวน อยู่กับธรรมชาติ


แต่ตอนนี้ เราพยายามเอาแบบอย่างฝรั่งเขา หรือชาติอื่นๆ ที่ไม่มีผืนแผ่นดินของตนเอง ที่พยายามกอบโกยเอาผืนแผ่นดิน ไปทำประโยชน์ เพื่อกอบโกยเป็นเงิน ซื้อของฟุ่มเฟือย มาให้ intrend


เราทำอย่างนี้มาเรื่อยๆ จนปัจจุบัน ผืนนา กลายเป็น บ้านจัดสรร เป็นห้างสรรพสินค้า เป็นนาเช่าของชาวนามาทำนาอีกที และขายที่นาให้ต่างชาติ

สุดท้าย หาเงินมา เงินหมด แผ่นดินหมด


แผ่นดิน เกิดมา มีอยู่

แต่

เงิน เกิดมา แล้วหายไป

 

หากเรา คนที่ยังไม่มีที่ดินของตัวเอง สามารถหามาได้ เราอยากจะอยู่อย่างพอเพียง แล้วทำเงินจากเทคโนโลยี เป็นอาชีพเสริม ไม่รู้จะมีโอกาสนั้นไหมน้า

  

Wee @^_^@




© 2012 Multiply · English · About · Blog · Terms · Privacy · Corporate · Advertise · API · Help · Sitemap

Template design Copyright © 2005 Remi Prevost Some rights reserved.